คลังเก็บหมวดหมู่: นักกีฬา

นักเตะฟันกระต่าย

นักเตะฟุตบอลส่วนใหญ่ นอกจากทั้งเก่งและหล่อแล้วนั้น แน่นอนก็คือต้องรวย และแฟนสวย แต่คุณรู้มั้ยว่านักเตะที่เก่ง รวย แฟนสวยแต่ไม่หล่อก็มีเหมือนกัน และไม่ได้เก่งแบบทั่วไปด้วย ต้องเรียกว่าเก่งขั้นเทพเลยหล่ะ เพราะพวกเค้าถือว่าเป็นนักเตะที่เป็นระดับตัวเป้งๆ หรือแกนหลักของทีมเลยก็ว่าได้ ซึ่งมีใครบ้างนั้นมาดูกัน

คนแรก หลุยส์ ซัวเรซ ศูนย์หน้าฟันกระต่ายจอมกัด

ที่อื้อฉาวและโด่งดังไปทั่วโลก เพราะถ้าเมื่อไหร่แกเกิดอาการหมั่นเขี้ยวอยากจะลองชิมเนื้อคนขึ้นมาแล้วหล่ะก้อ แกกัดเอาแบบดื้อ เหมือนนัดฟุตบอลโลกที่อุรุกวัย พบ กับอิตาลี ไม่รู้แกนึกอะไร ไปกัดเอากองหลังของอิตาลีเข้าให้ สุดท้ายก็เจอศอกกลับไปซะงั้นถึงกับปากแตกเลยทีเดียว แต่หากพูดถึงความสามารถของนักเตะคนนี้หล่ะก็ เรียกว่าเป็นดาวยิงระดับโลกที่ตอนนี้ค้าแข้งกับทีมบาร์เซโลน่า

เจ้าบุญทุ่มแห่งเสปน ซึ่งเล่นคู่ขา เมสซี่ ได้เป็นอย่างดี อีกทั้งก่อนที่จะมาเสปนนั้น ตัวซัวเรซ ก็เคยได้ฝากฝีเท้าให้กองเชียร์หงส์แดงประทับใจและยังคิดถึงอยู่ทุกวันนี้มาแล้ว และตัวแกเองนั้นยังเคยพาอุรุกวัย คว้าอันดับสามฟุตบอลโลกมาแล้วด้วย

ส่วนอีกคนไม่ต้องพูดถึง เหยินใหญ่ โล้นทองคำ โรนัลโด้

สุดยอดดาวยิงระดับเทพ ที่สมัยตอนยังไม่อ้วนนี้ เรียกได้ว่าเค้าคือนักเตะที่เก่งที่สุดในโลกของยุคนั้น เพราะด้วยความเร็ว ทักษะการเลี้ยงบอล การยิงประตูด้วยเท้า หรือลูกโหม่ง รวมถึงความแข็งแกร่ง เหยินใหญ่นั้น มีครบทุกประการ โดยรางวัลส่วนตัวของเค้านั้นเค้าแชมป์ทั้งลาลีกา

และฟุตบอลโลก มาครบหมดเป็นทีเรียบร้อย รวมถึงดาวซัลโว ฟุตบอลโลก และรางวัลบังลังค์ดอร์ ยิ่งไปกว่านั้นเหยินใหญ่ คือนักเตะที่อยู่กับสองสโมสรยักษ์ใหญ่และเป็นคู่รักคู่แค้นกัน ระหว่างบาร์เซโลน่า กับ รีลมาดริดมาแล้ว 

คนสุดท้าย เหยินเล็ก โรนัลดินโญ่ ซึ่งถ้าเทียบหน้าตากับสองคนแรกแล้วนั้น

เหยินเล็กอาจจะแพ้ แต่หารู้มั้ยว่า เค้ามีเมียถึงสองคนและใช้ชีวิตกันแบบ สามผัวเมียด้วยซ้ำ เรียกว่าคาสซาโนว่า ยังต้องเรียกพ่อ และฝีปากจีบสาวเก่งแล้ว ฝีเท้าก็ระดับตัวพ่อเหมือนกัน เพราะนี่ก็คืออีกคนที่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกมาพร้อมๆ กับเหยินใหญ่ ซึ่งยุคนั้นของบราซิล ต้องบอกว่าสุดยอดจริง

เพราะมีทริปเบิ้ล R อย่างโรนัลโด้ และริวัลโด้ รวมถึงตัวเค้า ที่เป็นสามประสานแดนหน้าให้ทีมชาติบราซิล ในยุครุ่งเรือง ซึ่งต้องบอกว่ายุคนั้นเป็นยุคทองของ ทีมชาติบราซิล แซมบ้าคลาสสิค จริงๆ

 

ขอบคุณที่ให้ข้อมูลดีๆมานำเสนอโดย  entaplay

ตำนาน แอนดี้ โคล

โอกาส คำสองพยางค์ ที่ทำให้เปลี่ยนแปลงชีวิต คนๆหนึ่งให้ก้าวมาสู่นักฟุตบอลที่โด่งดัง ที่จากไม่มีใครเคยรู้จัก ทำให้เค้ามีเงินและหาเลี้ยงครอบครัวทั้งครอบครัวได้ ซึ่งคำนี้นำมาใช้กับชายที่ชื่อว่า แอนดี้ โคล

แอนดี้ โคล เริ่มเล่นฟุตบอลเยาวชนกับทีมอาร์เซนอล

แต่ก็ไม่ได้รับโอกาสให้ขึ้นไปเล่นชุดใหญ่ ก่อนที่เค้าจะย้ายไปร่วมทีมกับ บริสตอล ซิตี้ และที่นี่เองที่ทำให้แอนดี้ โคล ฉายแสงและเจิดจรัส เพราะเค้ายิงประตูได้มากมาย จนทำให้ทีมจากดิวิชั่นหนึ่ง เริ่มต้นที่จะมองเค้า ก่อนที่จะเป็น เจ้าสาลิกาดง นิวคลาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ในยุคสร้างทีมขึ้นพรีเมียร์ชิพ คว้าต้วเค้ามาร่วมทีมโดยเป็นการทุบค่าตัวสถิติของสโมสร และตัวเค้าก็ไม่ทำให้แฟนทีม สาลิกาดง ต้องผิดหวัง เค้าลงเล่นสิบสองนัด และยิงไปสิบสองประตู พาทีมสาลิกา ขึ้นพรีเมียร์ชิพได้สำเร็จ และแค่ฤดูกาลแรกในศึกพรีเมียร์ชิพเค้าฉายแสงเจิดจรัส ด้วยการลงเล่น 40 นัดยิงไป 34 ประตู คว้าตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด และตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมของสมาคมฟุตบอลอังกฤษ

และนั่นก็เพียงพอที่ทำให้เค้าได้มีโอกาสย้ายไปอยู่สโมสรที่ยิ่งใหญ่ของเกาะอังกฤษ อย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งอเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ก็ได้ปลุกปั้นให้เค้ากลายเป็นดาวยิงชั้นยอด โดยถึงแม้ว่าในฤดูกาลที่เค้าย้ายมา แอนดี้ โคล ไม่สามารถแสดงความสามารถที่เค้าทำได้กับ นิวคลาสเซิ่ล จนถึงแฟนผีแดงออกมาบ่นว่าเค้าเป็นกองหน้าที่ใช้โอกาสเปลือง และสื่ออังกฤษก็เริ่มโจมตีเค้า ว่าผีแดงล้มเหลวในการคว้าตัวนักเตะคนนี้

  แต่เพชรก็คือเพชร แอนดี้ โคล ได้พิสูจน์ตัวเองในฤดูกาลถัดมา เค้าเริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มได้อีกครั้ง และยิ่งการมาของคู่ขาคนใหม่ของเค้าอย่าง ดไวท์ ยอร์ค ทำให้ แอนดี้ โคล มีพื้นที่ว่างและอิสระในการเล่นมากขึ้น ซึ่งเมื่อทั้งคู่ผนึกกำลังกัน จนได้ ฉายาว่า คู่หูดาวยิง นิลกาฬ แอนดี้ โคล ยิงประตูอย่างมากมาย

ส่งผลให้ แมนยูไนเต็ด เถลิงบังลังค์คว้า ทริปเบิ้ลแชมป์ ทั้งแชมป์พรีเมียร์ชิพ เอฟเอคัพ และแชมป์เปี้ยนลีก นั่นทำให้เค้ามีช่วงเวลาที่ดีที่สุดในสีเสื้อผีแดง และที่สำคัญที่นี่ทำให้แอนดี้ โคล ได้รู้จักคำว่าชีวิต เพราะช่วงเวลาที่แมนยูได้สามแชมป์นั้น แอนดี้ โคล ได้มีโอกาสไปโชว์ตัวที่ประเทศซิมบับเว

เพื่อสอนฟุตบอลให้กับเด็กๆ และที่นี่ แอนดี้ โคล ได้เห็นเด็กผู้ยากไร้ ไม่มีเสื้อผ้าจะใส่ ทำให้เค้ารู้สึกสงสาร และได้ก่อตั้งมูลนิธิ แอนดี้ โคล ขึ้นมา จนทุกวันนี้ แม้แอนดี้ โคล จะเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว แต่เค้ายังคงทำหน้าที่ช่วยเหลือเด็กๆ เหล่านี้ให้ได้มีโอกาสและชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งจากเด็กเกเรอย่างแอนดี้ โคล ที่เค้าได้รับโอกาสจากคนอื่น ตอนนี้เค้ากำลังหยิบยื่นโอกาสให้เด็กเหล่านี้บ้าง